ลิเวอร์พูล อยากได้ เดมเบเล่ ไปร่วมทัพ

ลิเวอร์พูล อยากได้ เดมเบเล่ ไปร่วมทัพ

สั่นสะเทือนวงการฟุตบอล สำหรับการที่มีรายงานจาก มุนโด้ เดปอร์ติโบ สื่อของแคว้นกาตาลุนย่าว่า ลิเวอร์พูล อยากได้ อุสมาน เดมเบเล่ นักเตะดาวรุ่งชื่อดังของ บาร์เซโลน่า ไปร่วมทัพ ในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ รอบสอง ช่วงเดือนมกราคมนี้ หลังจากที่ เดมเบเล่ ส่อแววหมดอนาคตในถิ่น คัมป์ นู แล้ว

ถึงแม้ว่าตอนนี้แนวรุกของ ลิเวอร์พูล จะถือเป็นแนวรุกที่โหดเป็นลำดับต้นๆ ของวงการฟุตบอลทวีปยุโรปอยู่แล้ว แต่ เดมเบเล่ ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ และจะสามารถช่วยให้ “หงส์แดง” มีลุ้นได้แชมป์มาครองในฤดูกาลนี้ด้วย และนี่คือสาเหตุว่าทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

ซึ่ง “เดมเบเล่” มีจุดเด่นที่เรื่องความเร็วตั้งแต่สมัยอยู่กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แล้ว โดยการกระชากหนีคู่แข่งได้แบบสบายๆ ชนิดเหมือนรถเอฟวันวิ่งแข่งกับรถเข็นคือหนึ่งในสิ่งที่ทำให้ บาร์เซโลน่า ยอมทุ่มเงินในเบื้องต้นสูงถึง 105 ล้านยูโร (ประมาณ 4,200 ล้านบาท) เพื่อคว้าตัวเขาไปร่วมทัพ และในปัจจุบันปัจจุบัน เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ทำทีมโดยที่เน้นขึ้นเกมทางริมเส้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งความเร็วของนักเตะตัวริมเส้นถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้แผนนี้ไปได้สวย และ เดมเบเล่ ก็สามารถเล่นตามแผนนี้ได้แบบสบายๆ และในขณะที่ถ้าย้อนไปในฤดูกาล 2016-17 เขาก็สามารถทำได้ถึง 13 แอสซิสต์ จากการเล่นในลีกให้ ดอร์ทมุนด์ เป็นจำนวน 32 นัดด้วยกัน ซึ่งถ้าเขาปรับตัวเข้ากับสไตล์ของ ลิเวอร์พูล ได้แล้วล่ะก็ “หงส์แดง” ก็น่าจะทำประตูได้เยอะกว่านี้แน่นอน

 

 

 

ส่อง 5 เหตุการณ์น่าสนใจใน ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ส่อง 5 เหตุการณ์น่าสนใจใน ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ส่อง 5 เหตุการณ์ที่น่าสนใจในเกม ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมสุดสัปดาห์นี้ จะเล่นเป็นนัดที่ 11 ของฤดูกาล และมีเหตุการณ์ที่น่าจับตามองหลายอย่าง 5 เรื่อง

  1. ช่วงเวลาโศกเศร้าที่คาร์ดิฟฟ์

เลสเตอร์ ซิตี้ จะกลับมาลงเตะนัดแรกนับตั้งแต่คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของสโมสรชาวไทยเสียชีวิตจากเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกเมื่อวันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยทีม “สุนัขจิ้งจอก” จะบุกไปเยือน คาร์ดิฟฟ์ โดยมีการยืนไว้อาลัย 1 นาทีก่อนเริ่มเกมเช่นเดียวกับทุกสนาม

แฟนบอลของ “คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้” ได้ยืนยันแล้วว่าจะร่วมกับแฟนบอล เลสเตอร์ ซิตี้ ในการไว้อาลัยคุณวิชัย ด้วการจัดทำป้ายผ้าพิเศษโดยมีธงชาติไทยอยู่ตรงกลางขนาบข้างตราสโมสรของทั้งสองทีม และเขียนข้อความว่า “อาร์.ไอ.พี. วิชัย (R.I.P. Vichai) และจะกางที่บนอัฒจันทร์ นิเนียน สแตนด์ ก่อนส่งต่อไปให้กองเชียร์ เลสเตอร์

  1. อาร์เซน่อล เจอบททดสอบสุดหิน

อูไน เอเมรี่ ผู้จัดการทีม อาร์เซน่อล กำลังพา “ปืนใหญ่” ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมโดยไม่แพ้มาแล้ว 13 เกมติดต่อกันในทุกรายการ

อย่างไรก็ตาม อาร์เซน่อล ต้องเจองานหนักในวันเสาร์นี้ เพราะจะต้องเปิดรัง เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ต้อนรับ ลิเวอร์พูล

หลังจากที่ เอเมรี่ พา อาร์เซน่อล แพ้ 2 นัดแรกให้กับ แมนฯ ซิตี้ และ เชลซี แต่จากนั้นพวกเขาก็กลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนเวลานี้ขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของตารางแล้ว

“ปืนใหญ่” มี 22 คะแนน ตาม แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล แค่ 4 คะแนนเท่านั้น และการเจอ “หงส์แดง” ในวันเสาร์นี้จะเป็นคำตอบว่า อาร์เซน่อล พร้อมลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัวหรือยัง

    3. โรเมลู ลูกากู จะโดนดร็อปอีกหรือไม่

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม “ปีศาจแดง” ตัดสินใจดร็อป โรเมลู ลูกากู กองหน้าทีมชาติเบลเยียม เป็นแค่ตัวสำรองในเกมเปิดบ้านชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ในฤดูกาลนี้ ลูกากู เพิ่งยิงให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปเพียง 4 ประตูเท่านั้น และฟอร์มฝืดซัดไม่ได้มา 9 เกมหลังสุดในทุกรายการ

4. นิวคาสเซิ่ล จะคว้าชัยเกมแรกได้หรือยัง

ราฟาเอล เบนิเตซ ผู้จัดการทีม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กำลังเก้าอี้ร้อนสุดๆ หลังยังไม่สามารถพาทีมเก็บชัยชนะได้เลย สาลิกาดง” เพิ่งมีแค่ 3 คะแนนจากการเสมอ 3 นัด และแพ้ 7 นัด เท่ากับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ซึ่งเป็นอีกทีมที่ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็น

    5. พาเลซ จะหยุดความร้อนแรงของ เชลซี อยู่หรือไม่ 

 เชลซี ไม่แพ้มาแล้ว 16 เกมในทุกรายการตั้งแต่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาเลียน เข้ามากุมบังเหียนที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา

    นักเตะ “สิงห์บลูส์” ปรับตัวเข้ากับระบบของ ซาร์รี่ ได้อย่างรวดเร็ว และตอนนี้ก็อยู่อันดับ 3 ของตารางตาม แมนฯ ซิตี้ กับ ลิเวอร์พูล แค่ 2 คะแนนเท่านั้น

คล็อปป์ ยัน เฮนเดอร์สันและนาบี เกอิต้า ยังไม่หายบาดเจ็บ

คล็อปป์ ยัน เฮนเดอร์สันและนาบี เกอิต้า ยังไม่หายบาดเจ็บ
เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการของ ลิเวอร์พูล ได้ออกมายืนยันแล้วว่า ‘จอร์แดน เฮนเดอร์สัน’ กองกลางกัปตันทีม และ ‘นาบี เกอิต้า มิดฟิลด์’ ทีมชาติกีนี ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ ส่งผลให้จะหมดสิทธิ์ลงสนามในเกมบุกไปเยือน อาร์เซน่อล

เฮนเดอร์สัน บาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าจนถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมบุกชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 1-0 เมื่อวันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ เกอิต้า เจ็บเอ็นหลังหัวเข่าจากเกมทีมชาติ ทำให้ตั้งแต่นั้นทั้งคู่ยังไม่ได้ลงช่วยต้นสังกัดเลย ส่วน ซาลาห์ เพิ่งมีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อมือข้างขวา

คล็อปป์ เผยว่า “เฮนโด้ เริ่มรู้สึกดีแล้ว แต่บางทีน่าจะเป็นช่วงต้นสัปดาห์หน้า เขาถึงจะกลับมาลงซ้อมได้ ขณะที่ นาบี ก็ยังไม่พร้อมกลับมาลงเล่น ส่วน โม ไม่ได้มีอะไรรุนแรง มันเป็นแค่อาการอักเสบที่เส้นเอ็นเท่านั้น ภาพที่พวกคุณเห็นเขาใส่เฝือกเป็นแค่การป้องกันเท่านั้นเอง”

“สิงโตคำราม” อังกฤษที่สามารถเอาชนะตูนิเซียไปได้ 2-1
“สิงโตคำราม” อังกฤษที่สามารถเอาชนะตูนิเซียไปได้ 2-1 ลงสนามพบปานามาที่นัดแรกแพ้เบลเยียม 0-3 เกมนี้ แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือทีมผู้ดีใส่ชื่อ แฮร์รี เคน กองหน้าตัวหลักที่ยิง 2 ประตูในแรกลงสนามเป็นตัวจริง ขณะที่ เอร์นาน โกเมซ กุนซือปานามา ใส่ชื่อ โรมน ตอร์เรส กองหลังกัปตันทีมเข้ารับมือ เกมนี้มีทิ้งห่างของสกอร์อย่างขาดลอยแต่ทีมที่พ่ายแพ้ก็ยังภูมิใจที่สามารถตีไข่แตกได้อย่างไม่เสียดายคะแนน

สำหรับรายชื่อ 11 ตัวจริงทั้งสองทีมประกอบด้วย

อังกฤษ : จอร์แดน พิกฟอร์ด (ผู้รักษาประตู), ไคล์ วอล์กเกอร์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี มาไกวร์, คีแรน ทริปเปียร์, แอชลีย์ ยัง, เจสซี ลินการ์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, รูเบน ลอฟตัส-ชีก, แฮร์รี เคน, ราฮีม สเตอร์ลิง

ปานามา : ไฆเม เปเนโด, ไมเคิล มูริโย, ฟิเดล เอสโคบาร์, โรมัน ตอร์เรส, เอริก ดาบิส, กาเบรียล โกเมซ, เอ็ดการ์ บาร์เซนาส, อาร์มันโด กูเปร์, อนิบัล โกดอย, โฮเซ หลุยส์ โรดริเกซ, บลาส เปเรซ

สิงโตคำรามวัดแข้งกับปานามางานนี้มีขาดลอย
สิงโตคำรามวัดแข้งกับปานามางานนี้มีขาดลอย เริ่มเกมอังกฤษเหนือกว่าและต้องการชัยชนะเป็นฝ่ายเปิดหน้ารุกแต่เป็นฝั่งปานามาที่ได้ทักทายก่อนยังดีบอลไม่เข้ากรอบ อย่างไรก็ดีนาทีที่ 8 อังกฤษได้ลูกเตะมุม คีแรน ทริปเปียร์ เปิดเข้ากลางให้ จอห์น สโตนส์ ได้โหม่งคนเดียวโล่งๆ ส่งบอลเข้าโกลว์ไปได้ทำให้ทัพสิงโตคำรามขึ้นนำ 1-0 หลังจากนั้นอังกฤษครองบอลได้มากกว่าอย่างชัดเจน กระทั่งนาที 36 เจสซี ลินการ์ด ชิ่งบอลกับ ราฮีม สเตอร์ลิง ก่อนที่ลินการ์ดจะปั่นโค้งเสียบใต้คานอย่างสวยงามให้ขุนพลเมืองผู้ดีนำห่าง 3-0 เท่านั้นยังไม่พอในนาทีที่ 40 อังกฤษได้บุกอีกครั้ง แฮร์รี เคน โหม่งชงให้ ราฮีม สเตอร์ลิง

จังหวะแรกติดผู้รักษาประตู เข้าทาง จอห์น สโตนส์ โหม่งซ้ำอีกครั้งให้สิงโตคำรามทิ้งเป็น 4-0 กระทั่งนาที 43 อังกฤษ ได้ลูกโทษที่จุดโทษอีกครั้งจากการที่ อนิบัล โกดอย ดึงแฮร์รี เคน ในกรอบก่อนที่ เคน จะรับหน้าที่ยิงไม่พลาดให้ทีมทิ้งขาด 5-0 ในครึ่งแรก ครึ่งหลังสิงโตคำรามยังเป็นฝ่ายครองบอล กระทั่งนาที 61 รูเบน ลอฟตัส-ชีก ได้บอลฝั่งแตะหลบเข้ากลางก่อนตัดสินใจยิงบอลแฉลบเท้าของ แฮร์รี เคน เปลี่ยนทางเข้าประตูให้อังกฤษทิ้งขาด 6-0 และเป็นแฮตทริกของเคนในเกมนี้ด้วย  เกมผ่าน 70 นาทีอังกฤษเริ่มเพลาเกมรุกลงได้ปล่อยให้ ปานามา ทำเกมบ้าง กระทั่งนาที 78 ได้ฟรีคิก อัลเบร์โต กินเตโร เปิดเข้ากลางให้ เฟลิเป บาลอย โฉบเข้าจิ้มบอลยัดเสาแรกให้ปานามาไล่มาเป็น 1-6 และเป็นประตูแรกของปานามาในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย จบเกมอังกฤษไล่ถล่มปานามา 6-1 เป็นการชนะมากที่สุดของอังกฤษในฟุตบอลโลก